วิกฤตอสังหาฯ? ดอกเบี้ยพุ่ง! ราคาบ้าน NJ จะไปต่อหรือพอแค่นี้?

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน New Jersey กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญเมื่ออัตราดอกเบี้ยจำนองพุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง ทำให้เกิดคำถามว่าราคาบ้านจะยังคงเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ ในขณะที่บางพื้นที่เริ่มเห็นการชะลอตัวลง แต่ภาพรวมของแต่ละภูมิภาคในรัฐกลับแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการที่อัตราดอกเบี้ยได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นเวลาสี่สัปดาห์ติดต่อกัน หลังจากที่ลดลงต่ำกว่า 6% ได้เพียงชั่วคราวในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ข้อมูลจาก Realtor.com ชี้ให้เห็นว่าในเขตมหานคร New York-Newark-Jersey City ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ทางตอนเหนือของ New Jersey ราคาบ้านเฉลี่ยในเดือนมีนาคมอยู่ที่ 750,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 3.8% จากปีก่อนหน้า จำนวนบ้านที่ประกาศขายเพิ่มขึ้น 3.5% แต่จำนวนบ้านที่ลงขายใหม่ลดลง 0.6% โดยเฉลี่ยแล้วบ้านใช้เวลาขายเพิ่มขึ้นสามวัน และ 7.4% ของรายการประกาศขายมีการลดราคา นี่แสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อมีความได้เปรียบมากขึ้น แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นก็ตาม

ในทางกลับกัน เขตมหานคร Philadelphia-Camden-Wilmington ซึ่งรวมถึงชุมชนทางตอนใต้ของ New Jersey กลับมีราคาบ้านเฉลี่ย 359,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.3% จากปีก่อนหน้า จำนวนบ้านที่ประกาศขายเพิ่มขึ้น 7.6% แม้ว่าจำนวนบ้านที่ลงขายใหม่จะลดลง 2.6% บ้านใช้เวลาขายนานขึ้นสี่วัน และ 11.6% ของรายการประกาศขายมีการลดราคา สิ่งเหล่านี้ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของภาวะตลาดในแต่ละภูมิภาคของรัฐ

ผู้เชี่ยวชาญจาก Realtor.com ชี้ว่า แม้อัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้น แต่ผู้ซื้ออยู่ในสถานะที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เนื่องจากจำนวนบ้านในสต็อกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนานกว่าสองปี และบ้านใช้เวลาขายนานขึ้น อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงเป็นภูมิภาคที่มีอุปทานตึงตัวที่สุดในประเทศ โดยมีสต็อกบ้านต่ำกว่าระดับก่อนเกิดโรคระบาดถึง 54.1% ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนราคาบ้านใน New Jersey ให้ยังคงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตทางตอนเหนือของรัฐที่มีความหนาแน่นและเชื่อมโยงกับมหานครนิวยอร์ก

สำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ใน New York City ก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน บริษัท Marcus & Millichap ได้เผยแพร่รายงานการลงทุนด้าน Self-Storage ประจำปี 2026 โดยระบุว่า New York ยังคงเป็นตลาดที่มีอุปทานจำกัด ซึ่งช่วยหนุนราคาอยู่ แต่การเติบโตของงานที่ช้าลงและการลดลงของประชากรกลับส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ ทำให้ประสิทธิภาพของตลาดขึ้นอยู่กับสินทรัพย์แต่ละประเภทมากขึ้น นอกจากนี้ ตลาดสำนักงานในแมนฮัตตันก็แสดงสัญญาณที่ดีขึ้น โดยปริมาณการเช่าเพิ่มขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2026 และค่าเช่าเฉลี่ยก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน

โดยสรุป ตลาดอสังหาริมทรัพย์ใน New Jersey และ New York กำลังเผชิญกับปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นและสต็อกบ้านที่ยังคงจำกัด ความแตกต่างของแต่ละภูมิภาคและประเภทอสังหาริมทรัพย์ทำให้ภาพรวมของตลาดมีความซับซ้อนมากขึ้น นักลงทุนและผู้ซื้อจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจทิศทางในอนาคต